โซลชา คุมผีแดง 4 เรื่องสำคัญ เปลี่ยนทีม ให้ดีเยี่ยม

0
2
views
โซลชา คุมผีแดง

โซลชา คุมผีแดง หลังจากออสตาร์ทได้อย่างสวยงามสำหรับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ด้วยการคว้าชัย 8 นัดรวดทุกรายการ ซึ่งมันคงไม่แปลกถ้าแฟนบอล ปีศาจแดง ในตอนนี้จะมีความสุขแตก

และด้วยฟอร์มที่สุดยอดแบบนี้ ล่าสุด โซลชา ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าตอนนี้ตัวเขาไม่ได้หวังเพียงแค่พาทีมท็อปอันดับที่ 4 เพื่อไป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้าอย่างเดียวแล้ว ยังมองไกลไปถึงการคว้าที่ 3 และมีโทรฟี่แชมป์ติดมือสัก 1 รายการ

ซึ่งจะว่าไปก็มีโอกาสทำได้ไม่น้อยเลยถ้ารักษาฟอร์มแบบนี้ไปได้ให้ตลอด ว่าแล้วเราลองมาหาเหตุผลที่ทำไม แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ โซลชา จะประสบความสำเร็จ เหมือนที่กุนซือชาวนอร์เวย์ได้ลั่นวาจาไว้…

  1. ฟุตบอลเกมรุก

    อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่านับตั้งแต่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามารับตำแหน่งกุนซือขัดตาทัพของทีม สิ่งนึงที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือนั้นก็คือการเปิดเกมรุกบุกเข้าใส่คู่แข่งแบบไม่ยั้ง ซึ่งมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่เน้นเล่นฟุตบอลแบบ Park The Bus หรือเล่นเกมรับผิดนิสัยและ DNA ของ ปีศาจแดง

    ซึ่งข้อแตกต่างนี้มันแสดงออกมาชัดเจนว่าแท้จริงแล้วแนวรุกของทีมมันไม่ได้มีปัญหาปืนฝืดหรือวิญญาณสากกระบือเข้าสิงแต่อย่างใด แต่ทว่ามันเกี่ยวกับแท็คติกล้วนๆ ซึ่งแฟนบอลก็ได้เห็นกับตาว่านักเตะอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด หรือโรเมลู ลูกากู ก็เป็นเพชรฆาตรในการล่าประตูฝ่ายตรงข้ามที่ดีได้เหมือนกัน เป็นการแก้ปัญหาของทีมที่ต้องการลุ้นแชมป์ได้ดี

2. ซื้อใจลูกทีมได้

ภารกิจอย่างแรกของ โซลชา ในการก้าวมารับตำแหน่งนี้ก็คือการเรียกขวัญกำลังใจนักเตะให้กลับมาให้ได้ หลังจากเตลิดไปในช่วงของยุค มูรินโญ่ ต่อมาหลังจากรวบรวมใจของเตะได้แล้ว ก็คือการซื้อใจนักเตะแต่ละคนด้วยวิธีง่ายๆ นั้นก็คือการใช้เวลากับลูกทีมให้มากที่สุด เพราะนี่คือสิ่งที่ขาดหายไปในยุคก่อนหน้านี้ ที่กุนซือจะเจอกับนักเตะก็แค่ตอนฝึกซ้อมเท่านั้น งานเลี้ยงของสโมสรอย่าหวังที่จะเห็นหน้าบูดๆ ของ โชเซ่ มูรินโญ่

อย่างล่าสุดการไปเก็บตัวที่ เมืองดูไบ โซลชา เองก็ยอมรับว่านอกจากจะเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศในการฝึกซ้อมแล้ว ตนเองนั้นก็อยากจะเรียนรู้นิสัยใจคอของนักเตะ และให้ความสนิทสนามกันมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ โซลชา สามารถเอาชนะได้อย่างเด็ดขาด เพราะมันไม่ได้ส่งผลต่อแค่การทำงานของตัวเขา มันยังรวมไปถึงการที่นักเตะยอมวิ่งแบบลืมตายในสนามเพื่อเจ้านายของตนเอง

3. นักเตะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ไม่ต้องไปหาใครให้เสียเวลา ปอล ป็อกบา คือตัวอย่างที่ชัดเจนและแจ่มแจ้งมากที่สุด เพราะนับตั้งแต่ได้กุนซือใหม่มา มิดฟิลด์ดีกรีแชมปืโลกได้ร่ายมนต์ออกมาแทบจะทุกนัด มีส่วนร่วมกับทีมแทบจะตลอด ทั้งยิงเองหรือแอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตู อีกอย่างที่หายไปนอกจากการตัดผมแล้วก็คือการเล่นท่ายากที่แทบจะไม่มีให้แฟนบอลได้หงุดหงิดลูกตา

ส่วนรายอื่นๆ อย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจระยะไหนก็ยิงได้หมด กล้าเลี้ยงกล้าแหวก กล้าได้กล้าเสีย ซึ่งตอนนี้แววมันก็เริ่มที่จะเหมาะสมกับเสื้อหมายเลข 10 มากเข้าไปทุกที ทางด้าน วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ ก็เป็นอีกคนที่ดูเหมือนจะหมดอนาคตไปแล้ว ก่อนจะถูกชุปชีวิตกลับมาเกิดและโชว์ฟอร์มเด่นไม่น้อยในช่วงที่ผ่านมา จนก้าวขึ้มาเป็นปราการหลังตัวหลักของทีมไปแล้ว

4. สายเลือด ‘ปีศาจแดง’

มันอาจจะไม่เกี่ยวข้องเท่าไหร่ แต่ต้องยอมรับว่านับตั้งแต่ โซลชา ก้าวเท้าเข้ามายัง โอล์ด แทรฟฟอร์ด มันทำให้ทีมนึกถึงกลิ่นอายสมัยที่ยังมี เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คุมทีมอยู่ ซึ่งมันก็ไม่แปลกเพราะเจ้าตัวใช้เวลากับ เฟอร์กี้ ในฐานะเจ้านายกับลูกน้องอยู่หลายปี รู้ตื้นลึกหนาบ้างของสโมสรแห่งนี้เป็นอย่างดี นอกจากนั้น

โซลชา คุมผีแดง ก็รู้ว่าทีมต้องการอะไร สายเลือดของปีศาจแดงคือการคว้าแชมป์ ซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่ โซลชา ได้ประกาศกร้าวเอาไว้แล้ว

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here