แลมพาร์ด คุมเชลซี ภารกิจด่วน ที่ต้องแก้และปรับ ก่อนเปิดฤดูกาล

0
138
views
แลมพาร์ด คุมเชลซี

แลมพาร์ด คุมเชลซี ในที่สุด การแต่งตั้ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด เป็นผู้จัดการทีม เชลซี ก็เกิดขึ้นจริงใน พรีเมียร์ลีก แฟนๆ มากมายรอคอยสิ่งนี้ แต่แฟนๆ จำนวนไม่น้อยก็รู้สึกหนักอกหนักใจ และไม่มั่นใจ แต่ทุกคนพร้อมที่จะปรบมือต้อนรับเขาในบทบาทใหม่ การมาครั้งนี้เป็นงานใหญ่ และมีปัญหามากมายที่เขาต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน

แลมพาร์ด
เสื้อแข่งฤดูกาลใหม่ในมือ แลมพาร์ด ไม่ใช่การกลับมาเป็นนักเตะ แต่นี่คือการเปิดตัวในฐานะผู้จัดการทีมคนใหม่

แน่นอนว่างานนี้ไม่เหมือนกับการอยู่ที่ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ขนาดของทีม เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ และอะไรต่ออะไร ว่าแต่อะไรบ้างที่เขาต้องทำทันที

สร้างทีมแบบมีสไตล์

ย้อนมองกลับไปตั้งแต่ แลมพาร์ด กลายเป็นนักเตะ “สิงห์บลูส์” ผู้จัดการทีมทุกคนมีชื่อเสียง และมีแผนการทำทีมอันยอดเยี่ยม กระทั่ง เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่เพิ่งจากไป เขาก็มีสไตล์ชัดเจน เล่นแบบเน้นเอ็นเตอร์เทน เล่นเกมบุกสวยงาม เกมรับก็ไม่บกพร่อง เหนียวแน่น จนสามารถพาทีมจบเป็นอันดับ 3 และได้แชมป์ ยูโรปา ลีก ที่ใครๆ ก็ไม่อยากเชื่อ

โรมัน แลมพาร์ด
คงไม่มีใครลืมสไตล์การเล่นของ แลมพาร์ด เขาสามารถหาจังหวะยิงไกลได้จากแถวสอง หรือบุกเข้าเขตโทษก็ได้เช่นกัน และเป็นดาวซุลโวสูงสุด 211 ประตูทั้งที่เป็นกองกลาง

น่าเสียดายที่แฟนๆ และบอร์ดบริหารไม่สามารถอดทนรอคอยให้ทุกอย่างค่อยๆ ลงตัว และ ซาร์รี่ ไม่สามารถควบคุมสตาร์ในห้องแต่งตัวที่แตกกันไปคนละทิศละทางกับสภาพไร้ผู้นำได้ เขาจึงต้องไป แต่สำหรับ แลมพาร์ด สิ่งแรกที่แตกต่างก็คือเขาเป็นลูกหม้อของทีม มีความเป็นผู้นำ และเป็นแบบอย่างสำหรับทุกคนเสมอเมื่อครั้งที่ยังสวมสตั๊ดลงสนาม เพื่อนร่วมทีมลงความเห็นว่าเขามีครบพร้อมอย่างคนที่ประสบความสำเร็จ แต่เขาทำทีมแบบไหน?

ในอดีต เขาคือกองกลางที่พร้อมจะหาช่องยิงไกล หรือส่งบอลไปข้างหน้า เท้าหนัก คุมเกมได้ ดังนั้นเขาจึงพยายามปั้น เมสัน เม้าท์ ให้หาช่องตรงกลางหน้ากรอบเขตโทษ หรือพยายามสร้างพื้นที่รอบเส้น 18 หลา ด้วยความช่วยเหลือของฟูลแบ็ค ผู้เล่นตัวบุก อย่างที่ใครๆ ว่ากันว่า เขาสอนให้เจ้าหนู เม้าท์ เป็นเงาของตัวเอง ครองบอล และคอยสร้างโอกาส ส่วนกองหน้าก็ดันขึ้นไป และคอยหาช่องทางเข้าถึงบอล

ที่ ดาร์บี้ เขามักใช้ระบบ 4-3-2-1 และเขาสามารถสื่อสารกับลูกทีมได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งสิ่งนั้น ซาร์รี่ ไม่สามารถประสบผลที่ เชลซี แต่ด้วยทรัพยากรที่มีแตกต่างกัน เขาจะทำทีมชุดนี้แบบไหน

หาตัวแทน อาซาร์

พูลิซิช
สโมสรจ่ายเงินซื้อ พูลิซิช ตั้งแต่เดือนมกราคม 2019 และให้ ดอร์ทมุนด์ ยืมใช้งานต่อจนจบซีซั่น และเพิ่งย้ายมาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ เหมือนจะวางแผนล่วงหน้า แทนที่ อาซาร์

เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ เอแด็น อาซาร์ ย้ายไป เรอัล มาดริด ค่าตัวของเขาราคาสูง แต่ก็น่าเสียดายที่เงินจำนวนนั้นยังไม่มีประโยชน์เมื่อสโมสรโดนโทษแบนห้ามลงทะเบียนนักเตะใหม่ สิ่งที่ต้องทำก็คือ หาใครสักคนที่จะมีส่วนร่วมกับประตูได้มากถึง 30 ประตูตลอดฤดูกาล ทั้งยิงทั้งจ่าย

ที่ผ่านมาการย้ายทีมของสตาร์ดังส่งผลกระทบทันทีในซีซั่นถัดไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประสบปัญหานี้เมื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลายเป็นผู้เล่น เรอัล มาดริด เมื่อปี 2009 ต้องใช้เวลาสักพักกว่าที่ เวย์น รูนี่ย์ จะระเบิดฟอร์มออกมา หรือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่ขาย แกเร็ธ เบล ออกไปในฤดูร้อนปี 2013 ก็ฟอร์มตกรูด จนในที่สุด อังเดร วิลลาส โบอาส โดนไล่ออกในเดือนธันวาคมปีนั้นเอง

อับราฮัม
อับราฮัม สร้างชื่อจากการยืมตัว ว่ากันว่าเขากำลังจะได้รับการผลักดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ แต่เพราะซิ่งรถไปชนคนตาย สโมสรพยายามปิดข่าวและชดใช้ผู้เสียหาย เขาต้องรับโทษด้วยการโดนส่งตัวให้ทีมอื่นยืมอีกครั้ง ถึงเวลาหรือยังที่เขาจะได้แจ้งเกิด

แน่นอนว่า แลมพาร์ด คงไม่สามารถพาทีมรุดหน้าไปกับ วิลเลี่ยน หรือ เปโดร ที่อายุเพิ่มขึ้น คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย ก็บาดเจ็บ อีกนานกว่าจะกลับมา แทมมี่ อับราฮัม ที่ฉายแววกับการยืมตัวครั้งแล้วครั้งเล่ายังไม่เคยสัมผัส พรีเมียร์ลีก เต็มรูปแบบ

และอาจมีเรื่องต้องปวดหัวมากกว่าที่คิด ส่วน คริสเตียน พูลิซิช จะเป็นคนที่ใช่ ทดแทนกันได้ทันทีจริงหรือไม่ ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนยังต้องติดตาม ซึ่งเป็นปัญหาตั้งแต่ยุคซาร์รี่ที่ใช่งานอาซาร์เป็นเดอะแบกมาตลอด

เชื่อมั่นพลังดาวรุ่ง

บอกเอาไว้ เผื่อว่าใครยังไม่รู้ ดาร์บี้ มีงบประมาณอันจำกัดให้ แลมพาร์ด ทำทีม เขาจึงต้องยืมตัวดาวรุ่งจากทีมอื่นมาหลายราย ตอนนี้เขาก็อยู่ในสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกัน ต่างกันเล็กน้อยที่อคาเดมี่ของ เชลซี ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่ง และเด็กๆ เหล่านั้นได้รับการควบคุมโดย โจดี้ มอร์ริส มือขวาที่ติดตามไป ดาร์บี้

อันที่จริง แลมพาร์ด และ มอร์ริส เป็นเพื่อนซี้กันตั้งแต่ยังหน้าใส การตัดสินใจพลาดนิดเดียวกับพฤติกรรมนอกสนามทำให้ มอร์ริส โดนสโมสรลอยแพ ถึงอย่างนั้น มอร์ริส ก็ยินดีที่จะให้เพื่อนซี้มาดูงานกับทีมเยาวชนยู18 ที่เขาพาคว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ 4 สมัย และติดสอยห้อยตามไป ดาร์บี้ ด้วย

เม้าท์
เม้าท์ ลงสนามใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ 26 เกม ยิง 7 จ่าย 4 ยืนตำแหน่งตรงกลางได้ทั้งปั้นเกมบุกและช่วยเกมรับ และอยู่ในทีมชาติอังกฤษชุดสู้ศึก ยูโร รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีด้วย

อย่าเพิ่งเบื่อชื่อ เมสัน เม้าท์ แต่เขาจะอยู่ในทีมสำหรับซีซั่นใหม่ เช่นเดียวกับ รีซ เจมส์ และ ฟิกาโย่ โทโมรี 3 ดาวรุ่งที่ไปวาดลวดลายกับ ดาร์บี้ รวมถึงเด็กอื่นๆ ที่ มอร์ริส รู้จักดี ถ้ารวมพลังกันที่นี่ ปัญหานี้ก็จะผ่านไปได้

พิสูจน์ตัวเอง

การกลับมาในฐานะตำนานอาจเป็นดาบสองคมสำหรับ แลมพาร์ด เขาเป็นกองกลางชั้นยอด แต่กับการคุมทีมนั่นเป็นอีกเรื่อง และการคุมทีมใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ เพียงซีซั่นเดียว แม้ทำอันดับได้ดี พลาดท่าไปนิดเดียวไม่ได้เลื่อนชั้นนั่นก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ฝีมือของเขาได้ กระทั่งแฟนๆ ยังไม่เชื่อมือและตั้งข้อสงสัยว่าเขาจะพาทีมประสบความสำเร็จได้จริงหรือ เพราะที่ เชลซี มากมายไปด้วยความกดดัน ความคาดหวัง และนักเตะชั้นยอด มีอีโก้ ที่เขาอาจรับมือไม่ได้ ไม่ใช่ทุกคนจะเคารพเขา ไม่ใช่ทุกคนจะเชื่อมั่นในสิ่งที่เขาทำจากประสบการณ์เพียง 1 ฤดูกาล

โจดี้ มอร์ริส
จานฟรังโก้ โซล่า อำลาไปพร้อมกับการกลับอิตาลีของ ซาร์รี่ ดังนั้นจึงเป็นที่คาดกันว่า โจดี้ มอร์ริส ซึ่งเคยทำงานกับทีมเยาวชนนาน 5 ปีจะกลับมาอีกครั้ง

ไม่ใช่ว่าผู้จัดการทีมทุกคนจะพุ่งทะยานตั้งแต่ก้าวเข้ามารับงานปีแรกเหมือนอย่าง ซีเนอดีน ซีดาน ที่ท่วมท้นด้วยบารมี หรือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่มีทั้งสไตล์และสมองอันเฉียบแหลมแถมด้วยนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก แต่สิ่งหนึ่งคือพวกเขาได้รับคือความไว้วางใจ

แลมพาร์ด คุมเชลซี จึงมีหน้าที่สำคัญในการพิสูจน์ตัวเองให้ความไว้วางใจยังคงอยู่ ไม่กี่เดือนแรกหากพลาดไปบ้างก็ยังได้รับการอภัย แต่ถ้าพลาดซ้ำซ้อน ครั้งแล้วครั้งเล่า ความไว้วางใจ ความเมตตา อาจเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้ อย่าให้เวลาที่คำนั้นมาถึง คำที่แฟนๆ ไม่อยากเอ่ยมากที่สุด ดังนั้นเขาต้องเร่งมือ เร่งเครื่อง เร่งพิสูจน์ตัวเอง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here