แมนยู โชว์ของ 7 นาที ก่อนเจอ บาร์ซ่า ตบดิ้น ตกรอบ UCL หมดรูป

0
212
views
แมนยู โชว์ของ 7 นาที

แมนยู โชว์ของ 7 นาที ก่อนจบไปตามคาดกับเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เลกสองที่สนาม คัมป์ นู ซึ่งผลปรากฏว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ถูก บาร์เซโลน่า เจ้าถิ่นถล่มเละ 3-0

ผมนั่งดูเกมนี้ทำการแข่งขัน พอจบเกมก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร แล้วก็คิดว่าการโดน 3 ประตูที่ คัมป์ นู มันก็เป็นเรื่องที่น่าจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว รูปเกมที่ออกมาก็เช่นกัน ไม่ได้มีอะไรที่น่าทึ่งกับ บาร์เซโลน่า มากนัก อย่างที่บอกไปว่าเกมเยือนกับเกมเหย้าของ “เจ้าบุญทุ่ม” มันต่างกัน เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ จะเน้นแท็กติกที่รัดกุม ไม่ได้ดาหน้าบุกอะไรมากมาย

ยิ่งการขึ้นนำเร็วตั้งแต่ 10 กว่านาที ทำให้หลังจากนั้นก็รักษาผลสกอร์ไว้ก็พอ เพราะอย่างน้อยโดนอีกลูกก็ยังไม่แพ้ แต่ผลงานการเล่นในบ้านมันก็จะต่างออกไป ฤดูกาลที่แล้วในรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาทำได้เพียงประตูเดียวจากการบุกชนะ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 1-0 หลังจากนั้นเสมอให้กับ โอลิมเปียกอส และ ยูเวนตุส 0-0รอบ 16 ทีมสุดท้าย พวกเขาบุกไปเสมอกับ เชลซี 1-1 ก่อนจะมาตบในบ้าน 3-0 เช่นกัน

จะสังเกตได้ว่าแท็กติกของพวกเขาก็มีวางแผนแบบรัดกุมอยู่พอสมควร ในฤดูกาลนี้ก็เช่นกัน พวกเขาบุกไปเสมอกับ อินเตอร์ มิลาน มาหนึ่งนัดในรอบแบ่งกลุ่ม ส่วนรอบน็อกเอาต์นี่ชัดเจน บุกเสมอ โอลิมปิก ลียง 0-0 ก่อนจะมาถล่มในบ้าน 5-1 ฉะนั้นบรรดาแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด

หรือทีมอื่นๆ ที่มองว่า บาร์ซ่า ไม่เท่าไหร่, ไม่ได้น่ากลัวอะไรแบบนั้น, มีโอกาสชนะได้ที่ คัมป์ นู และ ลิโอเนล เมสซี่ เล่นไม่ออก-โดนเก็บ ชุดความคิดนี้ก็ถูกตอบโดยเกมนัดล่าสุดเป็นที่เรียบร้อย รูปเกมแทบจะเหมือนเดิม คือทางเจ้าบ้านได้ครองบอลเหนือกว่า “ปีศาจแดง” อย่างชัดเจน และมีโอกาสเข้าทำที่มากกว่า เหมือนเกมนัดที่แล้วนั่นแหละ

ปีศาจแดง

เพียงแต่เกมนี้ เล่นที่ คัมป์ นู…

ฉะนั้นพวกเขาจะบุกมากกว่าเดิม เน้นทำประตูมากกว่าเดิมอีกเท่าหนึ่ง และพยายามเก็บชัยชนะให้ได้เร็วที่สุด พูดง่ายๆ ว่าต้องยิงขาดให้ได้เร็วๆ นั่นเอง ซึ่งสุดท้ายก็ทำได้ 2 ประตูในครึ่งแรกจาก ลิโอเนล เมสซี่ โดยอาศัยความผิดพลาดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในการทำประตู ครึ่งหลังมาได้ลูกยิงไกลสุดสวยของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่  เป็นการตอกย้ำว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มีทางที่จะกลับมาได้อีกต่อไปในเกมนี้

ลำพังจะได้สักหนึ่งลูกยังยากเลย จะมายิง 3 ประตูเพื่อให้ทีมเข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน มันแทบจะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เอาน่า… อย่างน้อย “ปีศาจแดง” ก็มีจังหวะได้ลุ้นตั้งแต่ต้นเกม และมีช่วงเวลาที่พวกเขาทำผลงานได้ดีกว่าเจ้าบ้านอยู่ช่วงหนึ่ง ตอนต้นเกมไปจนถึงช่วงเวลาประมาณนาทีที่ 7…

ใช่ครับ ฟังไม่ผิด นาทีที่ 7 เท่านั้น หลังจากนั้นเกมก็เหมือนกับเลกแรกที่เจอกัน แมนฯ ยูไนเต็ด เข้ากดดันแย่งบอลจาก บาร์ซ่า ได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วง 7 นาทีแรก แถมยังมีลูกหวือหวา มีจังหวะหลุดไปยิงตั้งแต่นาทีแรกของเกม เพียงแต่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ซัดไปชนคาน

ถ้าใครยังจำกัน การคุมทีมของโซลชาและเปลี่ยนทีมด้วยแท็คติกให้ดีขึ้น เกมที่บุกชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 3-1 ทีมก็ได้ประตูตั้งแต่นาทีที่ 2 ของเกม โดย โรเมลู ลูกากู ฉะนั้นเชื่อว่าถ้า แรชฟอร์ด ยิงเข้าไป เกมอาจจะเป็นอีกรูปแบบหนึ่งก็ได้

แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะได้มีฮึดในอีก 80 กว่านาทีที่เหลือมากกว่านี้

แต่ในเมื่อมันไม่ได้เกิดขึ้น หลังจากผ่านไปสักพัก เกมทุกอย่างก็กลับมาเป็นของ บาร์เซโลน่า อีกเหมือนเลกแรก จากที่ไล่บอลให้คู่แข่งเล่นยากในช่วงแรก ก็เริ่มถอยลงไปยืนดู ป้องกันพื้นที่เหมือนในเกมแรกนั่นแหละ แต่เพิ่มเติมคือ บาร์ซ่า มีชายที่ชื่อว่า ลิโอเนล เมสซี่!!

เมสซี่

เมสซี่ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่จำเป็นต้องขอโอกาสหรือพื้นที่ หรือเวลาอะไรมากมาย เพียงแค่จังหวะเดียว เมื่อแย่งบอลมาได้จากจังหวะที่ อิวาน ราคิติช แย่งบอลมาจาก แอชลี่ย์ ยัง พอได้บอลก็วิ่งเข้าไปปั่นหน้ากรอบเขตโทษเป็นสกอร์ขึ้นนำ

จะสังเกตได้ว่า เวลาเพียงไม่กี่วินาที ที่ เมสซี่ ได้บอล จนไปถึงง้างเท้ายิง มันเร็วมาก จนที่ไม่มีใครตามทัน นี่ไง คือความแตกต่าง และเป็นการยิงหุบปากผู้ที่บอกว่า เมสซี่ เล่นไม่ออกในเลกแรก ส่วนลูกที่สอง ก็ต้องชื่นชมผู้รักษาประตูที่แฟนบอล “ปีศาจแดง” ยกย่องให้เป็นนายทวารเบอร์หนึ่งของโลกคนปัจจุบัน

นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดครั้งแรกของ ดาบิด เด เคอา แล้วเอามาโจมตีกัน แต่อย่างที่บอกไป ว่านับตั้งแต่เจ้าตัวมีข่าวเรื่องการต่อสัญญาใหม่ และพัวพันเกี่ยวกับเรื่องค่าเหนื่อยที่ตกลงกันไม่ได้ หลังจากนั้นก็ฟอร์มตกลงมาเรื่อยๆ เกมนี้ก็เลยโชว์ของดีด้วยการรับลูกลอดแขนจากการยิงของ เมสซี่ ที่ตรงตัว และไม่ได้อันตรายมากมายนัก แต่กลับทำให้เป็นประตูได้

ดาบิด เด เคอา

ยังยืนยันคำเดิมว่า นักเตะที่ไม่มีหัวจิตหัวใจที่มุ่งมั่นกับเกมการแข่งขัน ขาดสมาธิจากการเจรจาเรื่องสัญญาที่ไม่ลงตัว ต้องการเงินจำนวนที่มากขึ้นแต่กลับทำผลงานได้แค่นี้ มันแสดงให้เห็นว่าผู้เล่นรายนี้ ไม่ได้รักสโมสรจริง เพียงแต่รักในเงิน รักในผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น

ฉะนั้นนักเตะแบบนี้ ก็ควรจะถูกขายออกไป เพื่อเอาเงินมาใช้ประโยชน์ในส่วนอื่นๆ ดีกว่า แข้งคนอื่นๆ ของ แมนฯ ยูไนเต็ด เองก็เช่นกัน หลายต่อหลายคน ทำผลงานได้ไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ใช่แค่กับเกมแพ้ บาร์เซโลน่า แต่เกมเล็กเกมน้อยอะไร ก็ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ ก็ควรพิจารณาตัวเองเช่นเดียวกัน

ที่น่าสนใจคือเกมนี้ กลายเป็นอีกหนึ่งนัดที่ เฟร็ด ทำผลงานได้อย่างดี เขาเป็นนักเตะที่วิ่งเยอะที่สุดในเกม แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความขยันทุ่มเท แม้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมามันจะไม่ได้อะไรมากนักก็ตามสุดท้ายแล้วความหวังของแฟนบอลที่หวังจะมีปาฏิหารย์ใน คัมป์ นู

ก็เกิดขึ้นได้เพียง 7 นาทีแรกของเกม ก่อนที่ความจริงค่อยๆ เปิดเผยออกมาจนจบด้วยการแพ้ขาดลอย 0-3 สกอร์รวม 0-4 เป็นการพ่ายแพ้ 2 เลกที่ห่างที่สุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรของ แมนฯ ยูไนเต็ด นี่ไม่ได้โทษใคร ไม่ได้โทษ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ว่าเข้ามาทำให้ทีมเป็นแบบนี้ มาสร้างสถิติแย่ๆ ให้กับทีม

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

แต่มันแสดงให้เห็น เหมือนที่ โซลชา บอกว่า ทีมๆ นี้ ไม่ได้เตะฟุตบอลในระดับสูงแบบนี้มานานมากจริงๆ ประสบการณ์, ความคุ้นเคย หรือระดับในการเล่นมันต่างกันกับ บาร์เซโลน่า มาก

นี่จะเป็นประสบการณ์ที่ดีให้กับนักเตะ และตัวกุนซือ รวมถึงแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ทั่วโลก ในโอกาสต่อๆ ไป เมื่อได้กลับมาดวลยอดทีม ลาลีกา ที่เวทีนี้อีกครั้ง

แมนยู โชว์ของ 7 นาที นี่ไม่ได้เป็นความล้มเหลว ไม่ได้เป็นเรื่องผิดพลาด เรื่องน่าอัปยศอะไรทั้งนั้น เพราะการที่คุณสามารถผ่าน “เปแอสเช” เข้ามา มันก็เป็นกำไร เป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่ามากๆ แล้ว

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here