เคาะสถิติ! แมนฯยู ทำไม ปีศาจแดง ที่โดนด่าวันนี้ อาจคือ ลิเวอร์พูล ในวันหน้า

0
8159
views
ผีแดง

กระแสความขัดแย้งภายในแคมป์ แมนฯยู ยังคงไม่ยอมจางหายไปจากหน้าข่าวง่ายๆ การโอดครวญของ โชเซ่ มูรินโญ เรื่องตัวเลือกที่ขาดแคลนภายในทัพ “ปีศาจแดง” ตลอดซัมเมอร์ที่ผ่านมา พร้อมกับเสียงบ่นเรื่องทีมตัวเองเสริมทัพสู้คนอื่นไม่ได้ อาจจะเป็นเหมือน ลิเวอร์พูล ในวันหน้า จนก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ เขากล่าวอ้างว่าเขาไม่ได้รับการสนับสนุนจากบอร์ดบริหารมากพอ

เคาะสถิติ! แมนฯยู มียอดสุทธิการใช้เงินมากที่สุด อันดับ 2

ล่าสุด “เดอะ ซัน” สื่อจอมขุดคุ้ยจากแดน “ผู้ดี” ได้มีการยกเอาหลักฐานชิ้นใหญ่เบิ้มมานำเสนอผ่านสายตาคนทั้งโลก! โดยปรากฏเป็นสถิติการใช้เงินซื้อ-ขาย ของ 5 บิ๊กทีม ตั้งแต่ปี 2016

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมที่มียอดสุทธิการใช้ตังมากที่สุดเป็นอันดับ 2 เหนือกว่าทั้งคู่แข่งที่ดูทุ่มจัดหนักอย่าง ลิเวอร์พูล หรือ อาร์เซน่อล เสียอีก

พลพรรค “ผีแดง” ปิดยอดงบการซื้อ-ขายตั้งแต่ปี 2016 จนถึงตอนนี้ได้ที่ 302 ล้านปอนด์! ขณะที่ “เจ้าพ่อ” ที่ใช้เงินเยอะที่สุดตลอด 2 ปีที่ผ่านมาก็คือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่กดไปเหนาะๆ 388 ล้านปอนด์ ทิ้งห่าง แมนฯ ยู ไปชิลๆ 86 ล้าน

วันนี้ เราจะลองเจาะลึกไปแบบรายตัวเลยดีกว่าครับว่า ทั้ง 4 ทีมชั้นนำที่เราเลือกมา มีซื้อใคร ? ขายใคร ? และราคาเท่าไหร่ ? โดยจะขอตัดทีมที่ยังไม่ค่อยใช้จ่ายในซัมเมอร์นี้อย่าง เชลซี กับ ท๊อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ออกไปก่อน! ถ้าพร้อมแล้ว เราไปเริ่มกันเลยครับ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

ซื้อ ริยาด มาห์เรซ (60 ล้านปอนด์) อายเมอริค ลาป็อค (57 ล้านปอนด์) เบนจาแม็ง เมนดี้ (49 ล้านปอนด์) คาย วอลเกอร์ (50 ล้านปอนด์) แบร์นาโด้ ซิลวา (43 ล้านปอนด์) เอแดร์สัน (35 ล้านปอนด์) ดานิโล่ (26.5 ล้านปอนด์) ดั๊กลาส หลุยส์ (14 ล้านปอนด์) แจ็ค แฮร์ริสัน (4 ล้านปอนด์) โอลาเรนวาจู คาโยเด้ (3.5 ล้านปอนด์) จอห์น สโตนส์ (47.5 ล้านปอนด์) เลรอย ซาเน่ (37 ล้านปอนด์) กาเบรียล เฮซุส (29 ล้านปอนด์) อิลคาย กุนโดกัน (20.5 ล้านปอนด์) เคลาดิโอ บราโว่ (17 ล้านปอนด์) โนลิโต้ (14 ล้านปอนด์) มาร์ลอส โมเรโน่ (5 ล้านปอนด์) เจโรนิโม่ รูยี่ (4 ล้านปอนด์) โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ (2 ล้านปอนด์)

ขาย แองกัส กันน์ (13.5 ล้านปอนด์) ปาโบล มาเฟโอ้ (9 ล้านปอนด์) เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ (25 ล้านปอนด์) แองเจลิโน่ (5 ล้านปอนด์) เออเนส อูนาล (12 ล้านปอนด์) วิลฟรีด โบนี่ (12 ล้านปอนด์) อารอน มอย (10 ล้านปอนด์) โนลิโต้ (8 ล้านปอนด์) เฟร์นานโด (5.5 ล้านปอนด์) โอลิเวียร์ เอ็นท์ชาม (4 ล้านปอนด์) อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ (5 ล้านปอนด์) ซามีร์ นาสรี่ (3 ล้านปอนด์) สเตฟาน โยเวติช (10 ล้านปอนด์) เอดิน เชโก้ (8 ล้านปอนด์)

รวมยอดซื้อขาย แมนฯ ซิตี้ – 388 ล้านปอนด์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนฯยู

 

ซื้อ เฟร็ด (52 ล้านปอนด์) ดีโอโก้ ดาล็อต (19 ล้านปอนด์) ลี แกรนท์ (1.5 ล้านปอนด์) โรเมลู ลูกากู (90 ล้านปอนด์) เนมานย่า มาติช (40 ล้านปอนด์) วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ (31 ล้านปอนด์) อเล็กซิส ซานเชซ (แลกตัว) , ปอล ป๊อกบา (89 ล้านปอนด์) เฮนริค มคิตาร์ยาน (30 ล้านปอนด์) เอริค ไบยี่ (30 ล้านปอนด์) ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (ฟรี)

ขาย ดาลีย์ บลินท์ (18.5 ล้านปอนด์) แซม จอห์นสโตนส์ (5 ล้านปอนด์) อัดนาน ยานาไซ (20 ล้านปอนด์) มอร์กก็อง ชไนเดอร์ลิน (24 ล้านปอนด์) เมมฟิส เดปาย (15 ล้านปอนด์) แพดดี้ แม็คแนร์ (7 ล้านปอนด์) วิล คีน (1 ล้านปอนด์)

รวมยอดซื้อขาย แมนฯ ยู – 302 ล้านปอนด์

ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล

 

ซื้อ อลิสซอน (67 ล้านปอนด์) นาบี เกอิต้า (53 ล้านปอนด์) ฟาบินโญ่ (40 ล้านปอนด์) เซอร์ดาน ชากิรี่ (13 ล้านปอนด์) เวอร์จิล ฟาน ไดค์ (75 ล้านปอนด์) โม ซาล่าห์ (34 ล้านปอนด์) อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน (35 ล้านปอนด์) แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (10 ล้านปอนด์) โดมินิค โซลันกี้ (ฟรี) ซาดิโอ มาเน่ (30 ล้านปอนด์) จีนี่ ไวนัลจ์ดุม (25 ล้านปอนด์) ลอริส คาริอุส (5 ล้านปอนด์) รักนาร์ คลาวาน (3.5 ล้านปอนด์) โจเอล มาติป (ฟรี)

ขาย แดนนี่ วอร์ด (10 ล้านปอนด์) ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (145 ล้านปอนด์) มามาดู ซาโก้ (26 ล้านปอนด์) ลูคัส เลว่า (5 ล้านปอนด์) เควิน สจ๊วร์ต (8 ล้านปอนด์) อังเดร วิสดอม (4.5 ล้านปอนด์) คริสติยอง เบนเตเก้ (32 ล้านปอนด์) จอดอน ไอบ์ (15 ล้านปอนด์) โจ อัลเลน (13 ล้านปอนด์) มาร์ติน สเคอร์เทล (5 ล้านปอนด์) ติอาโก้ อิยอรี่ (4 ล้านปอนด์) หลุยส์ อัลแบร์โต้ (3 ล้านปอนด์) แบรด สมิธ (6 ล้านปอนด์)

รวมยอดซื้อขาย ลิเวอร์พูล – 114 ล้านปอนด์

อาร์เซน่อล

อาร์เซน่อล

 

ซื้อ ลูคัส ตอร์เรร่า (27 ล้านปอนด์) แบรนด์ เลโน่ (20 ล้านปอนด์) โซคราเตส ปาปาสตาโตปูลอส (16 ล้านปอนด์) มัตเตโอ กูเอนดูซี่ (7 ล้านปอนด์) สเตฟาน ลิคสไตน์เนอร์ (ฟรี) ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยองค์ (60 ล้านปอนด์) อเล็กซองเดร ลากาแซตต์ (44 ล้านปอนด์) คอนสแตนตินอส มาฟโรปานอส (2 ล้านปอนด์) เฮนริค มคิตาร์ยาน (แลกตัว) เซอัด โคลาซินัช (ฟรี) กรานิต ชาก้า (38 ล้านปอนด์) สโครดาน มุสตาฟี่ (35 ล้านปอนด์) ลูคัส เปเรซ (17 ล้านปอนด์) ทาคูมะ อาซาโนะ (3 ล้านปอนด์) ร็อบ โฮลด์ดิ้ง (2.5 ล้านปอนด์)

ขาย อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน (35 ล้านปอนด์) ธีโอ วัลค็อตต์ (20 ล้านปอนด์) โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (18 ล้านปอนด์) ฟรานซิส โกเกอแล็ง (10.5 ล้านปอนด์) วอยเชี้ยค เชสนี่ (10 ล้านปอนด์) กาเบรียล เปาลิสต้า (10 ล้านปอนด์) คีย์แรน กิ๊บบ์ส (7 ล้านปอนด์)

รวมยอดซื้อขาย อาร์เซน่อล – 161 ล้านปอนด์

เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด มันก็เห็นได้ชัดว่า มูรินโญ่ ถลุงเงินไปไม่น้อยเลยทีเดียวตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งที่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แถมยังทำกำไรได้น้อยนิดจากการขายผู้เล่นไปให้กับทีมอื่นๆ ขณะที่ ลิเวอร์พูล ถึงแม้ว่าจะทุ่มหนักสุดๆ ในช่วงซัมเมอร์นี้ ไม่ต่างอะไรกับที่ “ปีศาจแดง” เคยทำ แต่ถึงกระนั้น “หงส์แดง” ก็ได้เงินคืนกลับมาอย่างมหาศาลจากการขาด คูตินโญ่ แถมแข้งตัวจิ๊บตัวจ๊อยหลายๆ ราย ก็สามารถทำราคาได้ดีเกินคาด

บางครั้งฟุตบอลก็เป็นแบบนี้ แต่ละซัมเมอร์ย่อมมีทีมที่ทุ่มหนักมากน้อยไม่เหมือนกัน ซึ่งครั้งนี้มันก็เป็น ลิเวอร์พูล ที่ทำได้โดดเด่น โดยมี แมนฯยู เป็นเจ้าของสถิติที่เสียเงินจากภาพรวมของตลาดนักเตะในช่วง 2 ปีหลังมากที่สุดเป็นอันดับ 1

สิ่งที่ แมนฯยู กำลังกดดันอย่างหนักในวันนี้ บางทีอาจเป็นสิ่งที่ ลิเวอร์พูล จะต้องเจอในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็เป็นได้ครับ ถ้าหากพวกเขาทุ่มเงินหนัก แต่ต้องจบลงด้วยการคว้าน้ำเหลวเหมือนกับที่ “ปีศาจแดง” เคยเจอมาก่อน

อ่าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะไม่ได้อยู่บนจุดสูงสุดอีกต่อไป


เกาะติดกระแส ข่าวฟุตบอล ออนไลน์ บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ https://template-blogger.com

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here