ดารบี้ แมนเชสเตอร์ ผลงาน เรือแจ่ม ผีเน่า เกมคนละชั้นอย่างแท้จริง

0
22
views

ดารบี้ แมนเชสเตอร์ ผลงาน เรือแจ่ม ผีเน่า หลายคนคงจะได้ดูเกมใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ กันไปเป็นที่เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นไฮไลท์ หรือถ่ายทอดสดตลอด 90 นาที

ก็คงได้เห็นกันอย่างชัดเจนว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สู้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยครับ เพราะดูจากนักเตะแต่ละตำแหน่งแล้ว มันก็เห็นแล้วว่าจะออกมาเป็นแบบไหน ไม่ใช่ว่าชื่อชั้นของผู้เล่นมันจะสู้ไม่ได้นะ เอาจริงๆ ผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ละคนไม่ได้ด้อยกว่า แมนฯ ซิตี้ สักเท่าไหร่ แต่ฟอร์มการเล่น ณ ปัจจุบันต่างหากที่ทำให้สู้ไม่ได้

รูปเกมเป็นรองอย่างชัดเจน ตั้งแต่ครึ่งแรกไปจนถึงสิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลา นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด เดิมตามตูดผู้เล่นคู่แข่งต้อยๆ และแทบจะหาบอลกันไม่เจอ ในขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” ครึ่งแรกเองพวกเขาก็เล่นแบบเกร็งๆ ไม่น้อย เพราะก็คงกลัวที่จะเสียประตูเร็ว มันอาจจะทำให้เล่นยากขึ้นก็เป็นได้ พวกเขาก็เลยไม่ได้บุกขโยกมากมายนัก มีช่องก็เจาะ ไม่มีก็จ่ายบอลกันไปมา แต่สิ่งสำคัญคือไม่เสียไว้ก่อน เพราะนำอยู่แล้ว 1-0

สิ่งที่น่าสนใจกว่าเกมบุก แมนฯ ซิตี้ คือเกมรับในเกมวันนั้น

 

จะสังเกตได้ว่าหลังจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดนนำไปก่อน 0-1 เริ่มได้ตั้งเกมบุกบ้างเหมือนกัน แต่ก็ไม่สามารถผ่านแนวรับคู่แข่งได้เลย โดยเฉพาะเกมริมเส้น ต้องบอกว่า ไคล์ วอล์คเกอร์ และ เบนฌาแมง เมนดี้ เล่นได้อย่างดีเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็น ลุค ชอว์, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ แอชลี่ย์ ยัง ต่างไม่สามารถทำเกมริมเส้นกันได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

แล้วผลก็ออกมาอย่างที่เห็น คือ “ปีศาจแดง” ยิงตรงกรอบครั้งเดียว ซึ่งคือลูกจุดโทษของ มาร์กซิยาล ที่เหลืออีก 5 ครั้งคือไม่เข้ากรอบ และตลอด 90 นาที พวกเขาได้ยิงเพียงแค่ 6 หนเท่านั้น ขณะที่ตามหลังอยู่ 0-1 ทีมเริ่มได้บุกมากขึ้น แต่ก็ยังมิวาย ครองบอลน้อยกว่าคู่แข่งอยู่ดี

3 กองกลางที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ส่งลงไป มันไม่สามารถสร้างสรรค์เกมรุกให้กับทีมได้เลยแม้แต่น้อย ทำได้เพียงแค่รอสกัดบอล แล้วจ่ายออกข้าง สุดท้ายบอลก็ไปตันที่ปีก เพราะก็ไม่ผ่านเกมรับริมเส้นของคู่แข่ง สุดท้ายก็เสียบอลแล้วให้ แมนฯ ซิตี้ บุกต่

เกมมันวนลูปอย่างนี้ตลอด 90 นาที

แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้สำเร็จครั้งเดียว คือการที่ โรเมลู ลูกากู ถูกกวาดล้มในเขตโทษ และ มาร์กซิยาล สังหารลูกโทษไม่เหลือ แต่ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำได้ 3 ครั้ง!! ซึ่งทั้ง 3 ลูก มาจากความผิดพลาดของ “ปีศาจแดง” ทั้งสิ้น ลูกแรก ลุค ชอว์ ปล่อยให้ แบร์นาโด้ ซิลวา ได้ลูกเปิดล้นมาเสาสองของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง สุดท้ายเลยได้ตบกลับเข้ามาหน้าประตูใหม่

ซึ่งในตอนนั้น ก็ไม่มีใครสนใจ ดาบิด ซิลบา ที่ยืนหลุดตำแหน่ง แต่บอลมันดันกลับมาหากองกลางกัปตันทีม เลยยิงเข้าไปง่ายๆ และกลายเป็นไม่ล้ำหน้า เพราะลูกเปิดของ แบร์นาโด้ บอลมันสุดเส้นหลังแล้ว

ส่วนลูกที่สอง ก็เป็นการทำชิ่งหนึ่งสอง หรือวันทู กันง่ายๆ ระหว่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ กับ ริยาด มาห์เรซ ซึ่งคนที่ตามประกบ “กุน” อยู่ก็คือ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ แค่ได้ยินชื่อ ก็รู้แล้วว่า ความเร็วมันก็สู้ไม่ได้เลย แต่ผลปรากฎว่า เลิฟ พยายามปิดมุมในการเปิดเข้ากลางประตูแล้ว เพียงแต่ อเกวโร่ กลับทำได้อย่างยอดเยี่ยม เลือกยิงมุมแคบ เสยหน้า ดาบิด เด เคอา เข้าไป ลูกนี้ผมติง เด เคอา เล็กๆ เพราะลูกมันผ่านเส้นผมของเขาไปนิดเดียว แต่กลับปัดไม่ได้

ส่วนลูกที่ 3 ไม่ต้องพูดถึง มันเป็นการต่อบอลแบบที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำเหมือนตัวเองเป็นทีมจากลีก แชมเปี้ยนชิพ เพราะได้แต่ดูคู่แข่งจ่ายบอลกันอย่างสนุกสนานถึง 44 ครั้ง มีช็อตที่เข้าไปในกรอบเขตโทษของ สเตอร์ลิ่ง ด้วยหนึ่งหน แต่ก็ปล่อยให้เขาจ่ายบอลออกมาด้านนอกได้

สุดท้ายพอ แบร์นาโด้เห็นว่าข้างในกรอบเขตโทษเริ่มจับกันหลวม ก็หยอดเข้าไปเลย สุดท้ายตัวที่ไม่มีใครสนใจอย่าง อิลคาย กุนโดกัน ก็สอดเข้ามาทำประตูง่ายๆ ซึ่งคนที่เหม่อให้แข้งชาวเยอรมัน สอดไปถึงเส้น 6 หลาได้ก็คือ เนมานย่า มาติช มันเป็นการเข้าทำที่สมบูรณ์แบบ พวกเขาแต่เล่นไปตามเกมของตัวเอง หาช่องเจาะไปเรื่อยๆ แบบไม่เร่งรีบ สุดท้ายประตูมันก็มาเอง

แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเล่นกันแบบนี้ ไม่ได้ขโยกหนักมาก แต่ก็ยังได้ถึง 3 ประตู แสดงว่า “ปีศาจแดง” หมูมากนั่นเอง ในขณะที่ลูกทีมของ มูรินโญ่ ได้ประตูตีไข่แตก แทนที่จะสร้างปัญหาหนักอึ้งให้กับคู่แข่งในช่วงเวลาที่เหลือ แต่เปล่าเลย ก็ยังเล่นกันเชื่องช้าเหมือนเดิม

และไร้ไอเดียในเกมรุกแบบเดิมไม่ว่าจะส่งใครลงสนามมา ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงจังหวะเกมให้เป็นของตัวเองได้แม้แต่น้อย ลูกากู ที่ลงมาแล้วทำทีมได้จุดโทษหลังจากนั้นบอลก็มาถึงเขาอีก 2-3 หน ซึ่งไม่ได้อยู่ในพื้นที่อันตรายเสียด้วยเอาจริงๆ เกมนี้มันแสดงให้ แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด

เห็นเลยครับ ว่าที่ผ่านมา นับตั้งแต่พลิกชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 3-2 ต่อด้วยการเสมอ เชลซี 2-2 ชนะ เอฟเวอร์ตัน และ บอร์นมัธ 2-1 มันเป็นการชนะหรือเสมอแบบเอาตัวรอดไปได้ทั้งนั้น มันยังไม่ได้ดีพอเลย อย่าเพิ่งหลงดีใจไป ไม่นับเกมสุดฟลุ้คกับ ยูเวนตุส ที่ไปคว้าชัยในบ้านเค้ามาได้เลยนะ อันนั้นเห็นๆ กันอยู่ว่าได้ลูกนิ่งแบบเฮงๆ เลยเก็บ 3 คะแนนออกมาได้

อย่างที่ แกรี่ เนวิลล์ ได้บอกไว้หลังเกมว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดนี้ ไม่สามารถยิงประตูใส่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการเล่นโอเพ่นเพลย์ ได้แต่อยากจะบอก แกรี่ อยู่อย่างว่า ไม่ใช่แค่เกมกับ แมนฯ ซิตี้ หรอก ทุกๆ เกมเลยล่ะครับ การจะได้ประตูจากโอเพ่นเพลย์ แต่ละครั้งของ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นไปได้ยากมากๆ ผีแดงไม่ได้เป็นทีมท็อปฟอร์มเหมือนแต่ก่อนแล้ว

ดารบี้ แมนเชสเตอร์ ผลงาน เรือแจ่ม ผีเน่า ตอนนี้ สถานการณ์การลุ้นแชมป์ ไม่รู้ยังมีใครลุ้นอยู่หรือเปล่า เพราะสำหรับผมมันหมดไปตั้งแต่ปรีซีซั่นแล้ว แต่สถานการณ์ลุ้นท็อปโฟร์ เองก็ยากลำบากเช่นกัน

เพราะตอนนี้อันดับของทีม ยังไม่สามารถแซงหน้า บอร์นมัธ ได้เลยด้วยซ้ำ ก็ถ้าพูดกันตามตรงว่าเกมที่พบกับ แมนฯ ซิตี้ มันก็แสดงอะไรๆ ให้เห็นกันแล้วว่าพวกเขาแพ้ มาตั้งแต่เริ่มแล้ว ไม่ใช่ตั้งแต่ เริ่มเกม เพราะไม่มี ปอล ป็อกบา นะ แต่มันแพ้ตั้งแต่เปิดฤดูกาลแล้วต่างหาก

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here