Monthly Archives: October 2017

งูกินหาง

Published / by admin / Leave a Comment

เกมกีฬาพื้นเมืองของไทยอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก ๆ ก็คือ “งูกินหาง” จำได้ว่าสมัยผู้เขียนยังเด็กมักถูกเพื่อนชวนไปเกาะเอวเล่นเกมนี้อยู่เลย เวลาหนีการไล่จับของฝ่ายตรงข้ามนี่มันทั้งตื่นเต้นและสนุกจนเพื่อน ๆ ร้องกรี๊ดกร๊าดกันยกใหญ่ บางทีวิ่งไปวิ่งมาแล้วเกิดสะดุดล้มก็ลากกันไปวัดพื้นกันทั้งแถวเลยก็เคยมาแล้ว
ต้นกำเนิดของ “งูกินหาง” มีมาตั้งแต่สมัยไหนไม่ทราบแน่ แต่จากบันทึกระบุไว้ว่า ในงานตรุษสงกรานต์ เมื่อปี พ.ศ. 2475 ก็พบว่ามีการเล่นงูกินหางกันที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยากันแล้ว วิธีการเล่นก็คือแบ่งคนออกเป็น 2 ทีม จะกี่คนก็ได้แค่ให้จำนวนเท่ากัน ส่วนมากจะมีประมาณ 6 – 8 คน จากนั้นก็ให้ยืนเกาะเอวกันไว้ คนสุดท้ายจะต้องเหน็บหางไว้ข้างหลัง เมื่อกรรมการให้สัญญาณ ทั้งสองทีมที่ยืนประจันหน้ากับก็จะเคลื่อนขบวนเข้ามาหาเพื่อแย่งหางของอีกฝ่าย ใครแย่งได้ก่อนเป็นฝ่ายชนะ ใครทำมือหลุดจากเอวเพื่อนเท่ากับงูตัวขาดให้ถือว่าแพ้ ใครทำหางหลุดลงพื้นก็ให้ปรับแพ้เช่นกัน
กีฬางูกินหางนี้เป็นการละเล่นที่เลียนแบบท่าทางการขยับตัวของงูที่มีลำตัวยาวและคดเคี้ยวไปมา บางแห่งมีการร้องรำทำเพลงประกอบด้วยคิดว่าคุณผู้อ่านหลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “แม่งูเอ๋ย กินน้ำบ่อไหน…” กันมาแล้ว น่าจะคุ้นหูไม่น้อย บางครั้งก็มีการแข่งขันกันระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย เรียกว่าพ่องูกับแม่งู สร้างความครื้นแครงให้งานเทศกาลต่าง ๆ ไม่แพ้กีฬาชนิดอื่นเลย

ตี่จับ

Published / by admin / Leave a Comment

จำได้ว่าสมัยเรียนประถม จะมีเด็กนักเรียนมาจับกลุ่มกันเล่นไล่จับในช่วงพัก ซึ่งเกมที่ผู้เขียนได้เล่นบ่อยที่สุดก็คือ “ตี่จับ” แต่ก็มักจะโดนจับได้เป็นคนแรก ๆ เสมอเพราะไม่ว่องไวเหมือนคนอื่นเขา การละเล่นชนิดนี้นับเป็นกีฬาพื้นเมืองอีกชนิดหนึ่งของบ้านเรา นิยมเล่นกันทั่วทุกภาคของประเทศ มักจัดให้มีการแข่งขันกันด้วยเวลามีงานเทศกาลต่าง ๆ หรือวันสำคัญจำพวกวันขึ้นปีใหม่ วันสงกรานต์ หรืองานอื่น ๆ ที่มีคนมารวมตัวกันจำนวนมาก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรื่นเริงให้กับงานนั่นเอง
กีฬาตี่จับนี้ จะแบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝ่าย จำนวนคนเท่าไหร่ก็ได้ จะมากหรือน้อยไม่ว่ากันขอแค่ให้มีจำนวนเท่ากันทั้งสองฝ่ายเป็นพอ ซึ่งปกติก็จะเล่นกันทีมละ 4 – 5 คนเสียเป็นส่วนใหญ่ วิธีการเล่นก็ง่าย ๆ คือฝ่ายรุกจะส่งสมาชิกคนหนึ่งข้ามไปไล่จับคนในทีมฝั่งตรงข้าม ระหว่างที่วิ่งก็ให้ส่งเสียง “ตี่” ไปด้วย พอเสียงใกล้หมดก็ให้รีบวิ่งกลับฝั่งของตน ผู้เล่นคนไหนโดนตี่จับก็จะต้องย้ายไปอยู่ฝั่งตรงข้าม ฝ่ายไหนมีสมาชิกมากที่สุดเป็นฝ่ายชนะ ทั้งนี้ กติกาการเล่นในแต่ละท้องที่อาจแตกต่างกันไปตามที่เห็นสมควร
ประโยชน์ที่ได้จากกีฬาชนิดนี้คือ เกิดการพัฒนาทางด้านกำลังกาย ความแข็งแรง ความคล่องแคล่ว และพัฒนาการทางด้านไหวพริบในเชิงหลบหลีกหรือหลอกล่อ ที่สำคัญคือทำให้เกิดความสามัคคีกันในหมู่คณะซึ่งเป็นหลักสำคัญในการอยู่ร่วมกันในสังคมนั่นเอง